Search

จีนเตือน ‘สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ’ เหมือนขบวนรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งเข้าหากัน!

A TV screen shows pictures of U.S. President Donald Trump, right, and North Korean leader Kim Jong Un, at the Seoul Railway Station in Seoul, South Korea.

นาย Wang Yi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเตือนเรื่องวิกฤติการณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ และเปรียบเทียบสถานการณ์ว่าเหมือน “รถไฟความเร็วสูงสองขบวนที่วิ่งเข้าหากัน และไม่มีฝ่ายใดเต็มใจจะหลีกเลี่ยงการปะทะนี้”

แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนก็ตำหนิเกาหลีเหนือ ที่ละเลยมาตรการลงโทษของนานาประเทศ และเรียกร้องเปียงยางให้ระงับการทดลองอาวุธนิวเคลียร์และการทดสอบขีปนาวุธ

ในขณะที่กล่าวโทษการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของความตึงเครียด และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการซ้อมรบบนคาบสมุทรเกาหลีเช่นกัน


Chinese Foreign Minister Wang Yi attends an news conference at the annual session of the National People’s Congress (NPC), in Beijing, China, March 8, 2017.

ขณะที่จีนพยายามชี้ว่า ความตึงเครียดและความขัดแย้งเรื่องอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี เป็นเรื่องระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ

แต่ก็ยอมรับว่าจีนมีบทบาทอย่างสำคัญ เพราะความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือนั้นเปรียบเสมือน “ริมฝีปากกับฟัน”

นักวิเคราะห์บางคน เช่น อาจารย์ Mohan Malik จากศูนย์เอเซียแปซิฟิคเพื่อการศึกษาด้านความมั่นคง ในรัฐฮาวาย กลับมองว่า คำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน สะท้อนถึงความล้มเหลวด้านนโยบายเกาหลีเหนือของจีน

และว่า “ขณะนี้เกาหลีเหนือเป็นเหมือนฟันที่แหลมคมมากจากการมีขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ และริมฝีปากซึ่งคือจีนนั้นก็กำลังมีเลือดไหลด้วย”


Undated photo released by North Korea’s Korean Central News Agency (KCNA) via KNS on March 7, 2017 shows the launch of four ballistic missiles by the Korean People’s Army (KPA) during a military drill at an undisclosed location in North Korea.

อาจารย์ Mohan Malik ชี้ด้วยว่า นายคิม จอง อึน เป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนเดียวในขณะนี้ ที่ไม่ได้ไปเยือนจีน และการจัดลำดับความสำคัญของจีนเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ คือการป้องกันให้ปราศจากภาวะไร้เสถียรภาพ ปราศจากสงคราม และปราศจากอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ Mohan Malik ก็เชื่อว่า สำหรับความเปลี่ยนแปลงที่จะต้องเกิดขึ้นนั้น จีนมีโอกาสมากกว่าประเทศอื่นใด เพราะขณะนี้ปักกิ่งทราบข้อมูลความเป็นไปของรัฐบาลกรุงเปียงยางเป็นอย่างดี

และกองทัพปลดแอกประชาชนจีนก็อยู่ในฐานะพร้อมจะจัดตั้งระบอบการปกครองที่ฝักใฝ่จีนขึ้น หากระบอบการปกครองของนายคิม จอง อึน ต้องล่มสลายลง

และพร้อมจะเข้าทำสงครามเกาหลีครั้งต่อไป เพื่อสถาปนาการมีอำนาจอิทธิพลเหนือคาบสมุทรเกาหลีขึ้นด้วย


U.S. Army soldiers prepare for military exercises near the North Korea border in Paju, South Korea, March 6, 2017.

ส่วนอาจารย์ Oh Ei Sun แห่ง S. Rajaratnam School of International Studies ในสิงคโปร์ เชื่อว่าจากพฤติกรรมที่ยากต่อการคาดเดาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้มองตนเองว่าเป็นนักเจรจาต่อรอง

ก็ทำให้โอกาสที่สหรัฐฯ จะเปลี่ยนท่าทีและหันไปเปิดช่องทางติดต่อกับเกาหลีเหนือนั้นอาจไม่เกินเลยความคาดฝัน!

 

Related posts

Leave a Comment